หน้าแรก
    ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
    ประกันภัยชั้น 1 โปรโมชั่น
    ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+
      ประกันภัยชั้น 2 พลัส รถเก๋ง
      ประกันภัยชั้น 2 พลัส รถกระบะ
      ประกันภัยชั้น 2 พลัส รถตู้
    ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+
      ประกันภัยชั้น 3 พลัส รถเก๋ง
      ประกันภัยชั้น 3 พลัส รถกระบะ
      ประกันภัยชั้น 3 พลัส รถตู้
    ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3
      ประกันภัยชั้น 3 รถเก๋ง
      ประกันภัยชั้น 3 รถกระบะ
      ประกันภัยชั้น 3 รถตู้
    ประกันภัยรถมอเตอร์ไซค์
    พรบ.รถยนต์
    พรบ.รถจักรยานยนต์
    ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ.
    ต่อภาษีรถยนต์
    โรงเรียนสอนขับรถยนต์
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
17 ธันวาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30  31           
 Webboard
www.7insure.com > ตรวจสภาพรถ ตรอ. > ประกาศบังคับใช้เครื่องทดสอบเบรคและศูนย์ล้อ ของ ตรอ. สถานตรวจสภาพรถเอกชน
  ผู้เขียน
 หัวข้อ : ประกาศบังคับใช้เครื่องทดสอบเบรคและศูนย์ล้อ ของ ตรอ. สถานตรวจสภาพรถเอกชน (อ่าน 25306)   
เจ้าของบ้าน
Admin
เมื่อ 24 มีนาคม 2552 22:44 น.

หลังจากยืดเยื้อกันมานานกว่า 6 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2547 ที่ศาลมีคำสั่งการทุเลาบังคับใช้เครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อ จากการฟ้องร้องของสมาคมสถานตรวจสภาพรถแห่งหนึ่ง



จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 ศาลปกครองชั้นต้นได้ตัดสินให้ประกาศของกรมการขนส่งทางบกชอบด้วยกฎหมาย และสถานตรวจสภาพรถเอกชน ตรอ. ที่ติดตั้งเครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อเท่านั้นที่สามารถตรวจสภาพรถยนต์ได้ แต่เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดให้ทุเลาการบังคับใช้เครื่องทดสอบระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อออกไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอื่น เนื่องจากจากการอุธรณ์คำพิพากษาของสมาคมสถานตรวจสภาพรถ (เดิม)



แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 17 พฤศจิการยน 2553 ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น  โดยอ่านคำพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554



สรุปได้ว่าประกาศของกรมการขนส่งทางบกชอบนั้นด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นประกาศที่คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประชาชนในด้านความปลอดภัย และเล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบเบรคและศูนย์ล้อ ที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของการตรวจสภาพรถ ดังนั้นคำฟ้องร้องหรือการอุธรณ์คำพิพากษาของสมาคมตรวจสภาพรถนั้น เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจพวกพ้องตนเอง จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น



อ่านคำพิพากษาได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ



http://www.dlt.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=2357:2011-01-05 04:30:59&catid=1:latest-news

แก้ไขเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2559 09:59 น.
ยัยเเจง
Guest
ตอบ # 1 เมื่อ 17 เมษายน 2552 13:11 น. [แจ้งลบ]

โครงการนี้ก็ดีเเต่นู๋คิดว่าประชาชนคงจะปล่อยให้ภาษีขาดกันเยอะเเน่เลยค่ะ 

เพราะการตรวจสภาพไม่ผ่าน  ยุ่งยาก เเถบยังต้องซ่อมรถเสียเงินอีก

นารูโต่ะ
Guest
ตอบ # 2 เมื่อ 17 เมษายน 2552 13:16 น. [แจ้งลบ]
ไม่ดีเลยเป็นภาระกับ  ต.ร.อ  ต้นทุนการซ์อมเครื่องมือสูง

 เเต่รายได้ในการตรวจสภาพรถน้อยเเค่คันล่ะ  150  /  60   บาทไม่คุ้มกัน

เเต่ถ้าเก็บสูงกว่านี้ก็สงสารชาวบ้านเพราะขนาดเก็บราคานี้ชาวบ้านยังบ่นเลย
ต้นอ้อค่ะ
Guest
ตอบ # 3 เมื่อ 17 เมษายน 2552 13:20 น. [แจ้งลบ]
นู๋คิดว่าโครงการนี้คงจะไม่เป็นที่ต้องการเเก่ชาวบ้านเเละสถานประกอบการตรวจสภาพรถ

เพราะยุ่งยาก ลงทุนสูง เเละขาดรายได้กันท่วนหน้าเเน่เลยคะ
7insure
Guest
ตอบ # 4 เมื่อ 18 เมษายน 2552 01:57 น. [แจ้งลบ]

คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกครับ เพราะจากการเก็บแบบสอบถาม ผู้ที่เข้ามารับบริการของเราส่วนใหญ่เกินกว่า 90% พึงพอใจและให้ความสำคัญกับระบบเบรคและต้องการให้ ตรอ. ใส่ใจในการตรวจสภาพรถมากกว่า บางคนขับรถมาไกล เสียเงิน เสียเวลา เขาไม่ว่า ไม่ใช่มาขูดรถอย่างเดียว หรือสักแต่ว่าตรวจให้ผ่านๆ ไป ดังนั้น หากตรอ. ที่ใส่ใจการตรวจสภาพรถอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลยครับ และหากมีประสบการณ์และวิเคราะห์ค่าเป็น ประชาชนก็จะได้ทั้งความรู้ ความปลอดภัยและได้ต่อภาษีแน่นอนครับ ในกรณีที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพรถ โดยส่วนใหญ่ระบบเบรคซ้าย - ขวา จะมีปัญหาแตกต่างกันมาก เบรคไม่อยู่ แบบนี้จะไม่ซ่อมเหรอครับ เราในฐานะผู้ประกอบการก็ยินดีทดสอบให้ใหม่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด รถก็รถของคุณ ประโยชน์ก็อยู่ที่ตัวของคุณเองนะครับ ปัจจุบันนานาอารยะประเทศก็ตรวจเช็คระบบเบรคกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลาวหรือเวียตนาม เขาก็บังคับใช้กันมาตั้งนานแล้ว ระบบขูดอย่างเดียวแล้วเก็บเงินแบบบ้านเรา เค้าไม่เรียกว่าการตรวจสภาพรถหรอกครับ อย่าคิดว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเลย เพราะตอนนี้เหลือเพียงแต่พม่ากับเขมรเท่านั้นนะครับ จะช้าจะเร็วยังไง ขนส่งฯ ก็ต้องบังคับใช้อยู่ดี เราไม่ต้องรอเป็นที่สุดท้ายหรอกครับ

ADMOND
Guest
ตอบ # 6 เมื่อ 4 มิถุนายน 2552 08:59 น. [แจ้งลบ]
ผมไปตรวจสภาพแล้วเบรคไม่ผ่าน ไปเข้าร้านซ่อมหมดไป 5300 บาท ไปตรวจใหม่อีกรอบ ปรากฏว่าไม่ผ่านอีก ก็นำกลับมาให้ร้านเดิมแก้ไขอีกครั้ง เสร็จแล้วนำไปตรวจอีกครั้ง ก็ปรากฏว่ายังไม่ผ่าน ก็พอดีด่ำ

เช้าก็ปรึกษาเพื่อนๆ ได้ข้อสรุปว่าเปลี่ยนอู่ซ่อมเถอะ ก็พารถไปอีกอู่หนึ่ง ไปถึงผมก็เล่าให้เขาฟังตามความเป็นจริง ว่าตรวจซ่อมมาแล้ว 3 ครั้ง ยังไม่ผ่านเลย ช่างก็จัดการถอดล้อออกมาทำเบรคใหม่อีกครั้งซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ ทำเสร็จต้องจ่ายไปอีก 1200 บาท วันนี้กะว่าจะไปตรวจสภาพอีกครั้ง แต่ก็หวั่นๆว่าไม่รู้จะผ่านไหมหนอ หรือว่าจะต้องกลับมาซ่อมอีกครั้ง

สรุปค่าใช้จ่าย ค่าซ่อม 2 ครั้ง  6500 บาท ค่าตรวจ ครั้งแรก 200 บาท ครั้งที่ 2 ฟรี ครั้งที่สาม 100 บาท  วันนี้จะไปตรวจครั้งที่ 4   ผลเป็นอย่างไรแล้วจะเล่าให้ฟัง  
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 7 เมื่อ 4 มิถุนายน 2552 10:56 น. [แจ้งลบ]

ไปตรวจสภาพรถที่ไหนมาครับ มีผลการทดสอบหรือเปล่า ถ้ายังไงส่งมาให้หน่อยจะช่วยดูผลการทดสอบให้ครับ เพราะสาเหตุอาจจะไม่ได้เกิดจากผ้าเบรคหมด แต่อาจจะเกิดจากน้ำมันเบรคตกตะกอน ลูกยางลูกสูบเบรค หรือแม่ปั๊มเบรคก็ได้ครับ โทรมาปรึกษาก็ได้ครับ หรือถ้าพอมีเวลามาหาเราที่ ยูพีดี พระราม 7 ยูพีดี ฉลองกรุง หรือ ยูพีดี ม.เศรษฐกิจก็ได้ ครับ จะช่วยตรวจสอบให้ รับรองว่าไม่มีปัญหาผ่านแน่นอนครับ

คนไทยในเชียงใหม่
Guest
ตอบ # 8 เมื่อ 25 มิถุนายน 2552 09:50 น. [แจ้งลบ]
เหมือนกันเลย  เกิดอะไรขึ้นนะ   เป็นแผนอะไรของใครอีกแล้ว

ผมใช้รถของผมอยู่ดีๆๆ  ไปตรวจเพื่อต่อทะเบียน  ไอ้เครื่องเจ้ากรรม นายเวร  บอกไม่ผ่าน

ผมไปปรับตามที่ ครอ.บอก  กลับมา ไม่ผ่าน

ผมไปปรับอีกตามที่ ตรอ.บอก  กลับมาไม่ผ่านอีก

ผมไปเปลี่ยนและซ่อมเบรคใหม่เลย  ให้รู้แล้วรู้รอดไป  กลับมาไม่ผ่านอีก

จนช่างที่ ตรอ.เห็นใจและสงสารผมมาก ช่วยดูให้

มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมใบนี้

ไอ้รถ สาธารณะห่วยๆๆๆๆๆ  ปล่อยให้วิ่งฆ่าประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

แต่รถที่ประชาชนหามาใช้แทนที่ภาครัฐฯควรให้  พวกคุณกลับมาบี้และมาเบียด   กันอย่างนี้



มันจะบ้ากันใหญ่แล้ว

โกลาหลกันทั้งบ้านทั้งเมือง   พวกผมต้องทำมาหากินนะครับ

ช่วยทำอะไรให้สังคมดีขึ้นเถอะ   อย่าซ้ำเพิ่มประชาชนมากก่วานี้เลย
ต่อ
Guest
ตอบ # 9 เมื่อ 25 มิถุนายน 2552 15:17 น. [แจ้งลบ]

ถึงคุณคนไทยในเชียงใหม่นะครับ ตอนนี้รถคุณตรวจผ่านรึยังครับผมก็เห็นใจเหมือนกัน ที่ต้องเสียเงินกับค่าทำเบรกเพื่อให้ผ่านแล้วจะได้ต่อภาษีรถได้  

เห็นใจ กัน
Guest
ตอบ # 10 เมื่อ 28 กรกฎาคม 2552 19:25 น. [แจ้งลบ]
รู้ซึ้ง เอ็นดู ขส.จังโดนด่าเละ ก็ เห็นด้วยที่โดน ทำไมบริษัทรถ ไม่ทำ ดิสเบรก 4 ล้อให้หมดทุกรุ่น ทุกยี่ห้อล่ะครับ ประชาชน

ส่วนใหญ่เขาจะได้เลิกด่า ขส.เสียที ผมเคยดูเขา ไปตรวจสภาพ เข้ามา 7คัน ผ่าน 1 คัน บังเอิญรถคันนั้นเป็น เบ๊น ดิสเบรก 4ล้อ

toyota vigo ยังไม่ผ่านเลย เบาๆ เห็นใจกันบ้าง
สมบัติ
Guest
ตอบ # 11 เมื่อ 30 กรกฎาคม 2552 19:08 น. [แจ้งลบ]
ค่า การห้ามล้อที่ผ่านการทดสอบต้องเท่าไรครับ อยากทราบ noom_scit@hotmail.com จะได้ไม่ถูคนตรวจหลอก
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 12 เมื่อ 31 กรกฎาคม 2552 00:19 น. [แจ้งลบ]
เกณฑ์การตรวจสภาพระบบห้ามล้อและศูนย์ล้อ ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก

1. ศูนย์ล้อหน้า – หลัง ต้องไม่เกินกว่า ± 5 mm/m หมายความว่า หากคุณขับรถไปในทางตรงระยะ 1 กิโลเมตร รถจะไม่เบนซ้ายหรือขวาเกินกว่า 5 เมตร ซึ่งจะวัดเฉพาะระยะ toe in และ toe out นั่นต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นที่ช่วงล่างลูกหมาก คันชักคันส่ง หรืออื่นๆ หากไม่ทำการแก้ไขจะทำให้หน้ายางสึกด้านใดด้านหนึ่งได้

2. ประสิทธิภาพการทดสอบเบรคเท้าต้องไม่น้อยกว่า 50% ซึ่งหาได้จากน้ำหนักลงเพลารถและนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพแรงเบรคครับ และหากประสิทธิภาพแรงเบรคต่ำ ต้องตรวจสอบที่ผ้าเบรคและอีกสาเหตุหนึ่งคือระบบหล่อลื่นหรือน้ำเบรค ควรเปลี่ยนและล้างระบบนี้ครับ

3. ประสิทธิภาพการทดสอบเบรคมือต้องไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งหาได้จากผลรวมน้ำหนักลงเพลารถทั้งด้านหน้าและด้านหลังและนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพแรงเบรคครับ

4. ค่าความแตกต่างแรงเบรคซ้าย–ขวา ต้องไม่เกินกว่า 25% ซึ่งนำแรงเบรคแต่ละล้อทั้งซ้ายและขวามาคำนวณหาค่าความแตกต่าง ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากการตั้งผ้าเบรค ลูกยางลูกสูบเบรค หรือการรั่วซึม ทั้งนี้ต้องนำผลการทดสอบมาวิเคราห์และลงตรวจสอบครับ หากไม่ทำการแก้ไขเวลาเบรคอาจเกิดการดึงพวงมาลัยหรือท้ายปัดได้ ซึ่งจะพบอุบัติเหตุบ่อยครั้งช่วงหน้าฝนที่รถลงข้างทาง



ที่จริงเครื่องทดสอบมีประโยชน์มากนะครับ ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของผู้ตรวจและผู้ประกอบการ ว่าจะใส่ใจการตรวจสภาพรถให้กับผู้บริโภคมากแค่ไหน และควรรู้จริงในการตรวจสภาพเพราะถึงแม้เครื่องมือจะดี แต่หากวิเคราะห์ผลไม่เป็นหรือไม่ใส่ใจก็ไม่มีประโยชน์
wadang
Guest
ตอบ # 17 เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 21:03 น. [แจ้งลบ]

แล้วมาตฐานผู้ตรวจหล่ะครับ  ผมไปตรวจ มา 3 รอบ กว่าจะผ่าน ต้องไปซ่อมแล้วซ่อมอีก

อ่ะไรไม่ผ่านรู้มั๊ยครับ เบรคมือครับไม่ผ่าน แล้วรอบที่ 3 ผู้ตรวจมันทำงัยรู้มั๊ยครับ

หลังจากผมซ่อมเสร็จแล้วยังหวั่นๆว่าจะตรวจผ่านหรือไม่ผ่าน มันหมุนล้อทดสอบเบรคมือผม 3 รอบ

จากครั้งแรก 34% ครั้งที่2 ลดลง 28% ครั้งที่3เหลือ 23% นี่นับเฉพาะล้อข้างที่มีปัญหานะ

ทำมัยมันถึงทำยังงี้รู้มั๊ยครับ มันหาเรื่องจะเปลี่ยนก้านจับเบรคผมครับ ระยำมั๊ยครับแบบนี้

ผมก็ถามไปว่าติดตั้งไอ้เครื่องนี้เท่าไหร่ มันบอก 7 แสนกว่าบาท ผมสรุปได้เลยครับ

งัยหล่ะผู้รู้ทางด้านวิศวกรรม มันจะรู้ลึกถึงใจคนบ้างมั๊ย นรกจริงๆ

   อีกหน่อยผมว่าพอตำรวจจับพวกไม่ต่อภาษีรถไปเย่อะๆ ถนนก็จะเป็นถนนสีขาวไปเอง

พื้นถนนก็ไม่ต้องซ่อม ประหยัดงบประมาณ กันเลยทีนี้ ๕๕๕+

เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 18 เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 22:04 น. [แจ้งลบ]

ผมเข้าใจว่า ผู้ตรวจน่าจะกำลังช่วยให้คุณผ่านการทดสอบมากกว่านะครับ เพราะดูจากที่คุณบอกแล้วว่า การทดสอบครั้งแรก 34% ครั้งที่ 2 ลดลง 28% ครั้งที่ 3 เหลือ 23% แล้วผ่านการทดสอบ นั่นเป็นค่าความแตกต่างระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา ที่ตามมาตรฐานแล้วต้องไม่เกินกว่า 25% ผู้ตรวจเค้าช่วยดึงเบรคมือเพื่อให้หน้าสัมผ้สผ้าเบรคที่เพิ่งทำมาใหม่มันกระชับเข้าที่ ดังนั้นคุณจึงเห็นว่า % มันลดลง เค้าช่วยให้คุณผ่านการทดสอบมากกว่าจะหาเรื่องให้คุณไปเปลี่ยนก้านจับเบรคนะครับ

xmane
Guest
ตอบ # 19 เมื่อ 26 สิงหาคม 2552 16:49 น. [แจ้งลบ]
เป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการที่คิดไม่ซื้อ ครับมีอย่างที่ใหน รถเอาซื้อมาก็มือสองมือสามแล้ว ถ้ามีเงินไปทำขนาดนั้น ผมก็ไปซื้อรถป้ายแดงๆ มาขับแล้ว น่าจะเอาแบบสมเหตุสมผม ดูดิ พูดมาได้ ปล่อยมือขับรถ ระยะทาง 1 กม จะต้องเบี่ยงไม่เกิน 5 เมตร  ผมถามหน่อยเหอะ    ใครมันบ้าปล่อยมือขับรถนานขนาดนั้น ข้อนี้ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แล้วยังต่อด้วยว่าอาจจะทำให้ยางข้างใดข้างหนึ่งสึก     ฟังแล้วเหมือนจะห่วงยาง มากว่าเงินในกระเป๋า ผมอีก แต่เรื่องระบบเบรคยังพอรับได้ อันนั้นอยู่ในเรื่องความปลอดภัยจริงๆ
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 20 เมื่อ 26 สิงหาคม 2552 19:57 น. [แจ้งลบ]
ในการทดสอบการลื่นไถลของล้อหรือ side slip ในความหมายของหน่วยการทดสอบ คือ ± 5 mm/m คือ หากคุณขับรถในทางตรง แล้วปล่อยมือขับรถ ในระยะทาง 1 กม. รถจะต้องไม่เบี่ยงซ้าย-ขวา เกินกว่า 5 เมตร  ซึ่งในความเป็นจริงก็คงไม่มีใครปล่อยมือขับรถนานขนาดนั้น และถนนบ้านเราก็ไม่สามารถขับทดสอบได้เนื่องจากพื้นถนนจะเทซ้ายหรือเป็นหลังเต่า ดังนั้นเค้าจึงออกแบบเครื่องมือมาทดสอบแทน ซึ่งเป็นขบวนการทดสอบหนึ่งที่เรียกว่า side slip แล้วบ่งบอกถึงอะไรบ้าง



โทอิน (Toe-in) คือระยะหน้ายางเอียงเข้าหากัน ตามทิศทางหน้ารถ (เมื่อมองจากด้านบน ลงสู่พื้นถนน) โทอิน จะมีค่าเป็นบวก (Positive) เมื่อระยะห่างของยางด้านหน้า น้อยกว่าระยะห่างของยางด้านหลัง โทอินจะทำไม่ให้ล้อสั่น จากความต้านทานการกลิ้ง ลดระยะหลวมของลูกหมากคันชักคันส่ง และทำให้ล้อรถเคลื่อนที่ขนานไปอย่างคงที่ ถึงแม้ในการทดสอบจะจับพวงมาลัยแน่นไม่ให้เคลื่อนที่ หากลูกหมากคันชักคันส่งมีปัญหา ก็ทดสอบไม่ผ่านเช่นกัน และในทางตรงกันข้ามเรียกว่า โท-เอาท์ ส่วนบนของล้อจะเอียงออกด้านนอก เป็นเหตุให้มัน พยายามจะกลิ้งออกทางด้านนอกเมื่อรถวิ่งไปข้างหน้า และเป็นไซด์-สลิป* ขึ้น อันนี้จะทำให้ยางสึกหรอมาก เพราะฉะนั้น มุมโท-อิน จึงจัดไว้ที่ล้อด้านหน้า เพื่อป้องกันจุดนี้ โดยหยุดการกลิ้งออกของล้อ

 

·        คำว่า ไซด์-สลิป หมายถึง ระยะรวมซึ่งยางด้านขวาและซ้ายลื่นออก ด้านข้างขณะที่รถยนต์เคลื่อนที่ บ่อยครั้งที่คุณเห็นว่าเวลาฝนตกถนนลื่น ทำไม? อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่มีเพียงแค่รถชนกัน แต่ยังมีการลงข้างทางด้วย

 

ดังนั้นการลื่นไถลของล้อที่เกิดจากสาเหตุ สภาพยางล้อ ลูกหมากคันชักคัน ฯลฯ ผลที่ได้จากการทดสอบSide slip คุณว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัยด้วยหรือไม่ แล้วการเสียค่าใช้จ่ายในการตั้งศูนย์ถ่วงล้อตอนนี้ เมื่อเทียบกับ การต้องเปลี่ยนยางที่สึกหรอเพียงด้านเดียว ทั้งที่ยางยังไม่หมดสภาพ หรือลูกหมากคันชักคันส่งล่ะ แบบไหนเสียค่าใช้จ่ายมากกว่ากัน

 

สำหรับมุมแคสเตอร์มุมแคมเบอร์และคิงพิน ไม่ขออธิบายนะครับ แต่เป็นประโยชน์อีกส่วนหนึ่งที่ได้จากการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ผมอาจจะแนะนำกันแบบวิชาการไปสักหน่อย เพราะหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพราะเวลาไปตรวจสภาพรถ คงไม่มีใครมานั่งอธิบายกันละเอียดแบบนี้
ชมพู่
Guest
ตอบ # 21 เมื่อ 27 สิงหาคม 2552 23:34 น. [แจ้งลบ]
อธิบายชัดเจนดีค่ะ เคยไปตรวจสภาพมาแล้ว ไม่เคยเจอที่ไหนตั้งใจตรวจให้แบบนี้...ประทับใจ!
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 23 เมื่อ 9 กันยายน 2552 12:31 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยคอมเม้นท์แจ้งเตือนมาให้ เราแจ้งไปยังทางสาขาให้รับทราบและดำเนินการแล้วครับ
โล่ห์ครับ
Guest
ตอบ # 25 เมื่อ 3 ตุลาคม 2552 14:43 น. [แจ้งลบ]
ผมก็คนนึงครับที่เห็นด้วยกับการทดสอบระบบเบรค ใช้รถมาปีๆหนึ่งไม่เคยได้รู้เลยว่า ระบบเบรคของรถทั้งสี่ล้อมีประสิทธิภาพการทำงานเป็นไง มีอยู่ครั้งหนึ่งขับรถในสภาพถนนลื่น(ฝนริน) ความเร็วที่ใช้ก็ไม่สูง(ประมาณ 80 กม/ชม) มีฝูงวัววิ่งขึ้นมาจากข้างทาง พอแตะเบรค รถหมุนเลยหัวรถทิ่มลงข้างทางเคราะห์ดีที่ไม่ลงไปทั้งคัน ตอนนั้นไม่คิดอะไร คิดแต่ว่าวัวทำให้รถเราตกถนน พอเอารถไปตรวจสภาพเพื่อต่อทะเบียน ร้านตรวจสภาพเอารถขึ้นทดสอบระบบเบรค ปรากฎว่าล้อหลังเบรคไม่อยู่ข้างหนึ่ง ช่างที่อยู่ร้านตรวจสภาพแจ้งว่า เบรครถมีปัญหาที่ล้อหลังไม่ผ่านการตรวจสภาพให้นำรถไปแก้ไข ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจทำให้รถเกิดอาการท้ายปัดขณะเบรคได้ ช่างตรวจฯสรุปสาเหตุให้ฟังว่าอาจเป็นที่ผ้าเบรคหมด,ซีลเฟืองท้ายชำรุด(ทำให้น้ำมันเฟืองท้ายใหลมาโดนชุดผ้าเบรค),แม่ปั้มเบรคตัวล่างตาย(เป็นสนิม) ตอนแรกก็ไม่เชื่อพอเอารถไปร้านซ่อมเบรคถอดล้อถอดจานเบรคพบว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันเฟืองท้ายออกมาจริง ร้านซ่อมจึงแนะนำให้เปลี่ยนซีลเฟืองท้ายและผ้าเบรค เปลี่ยนเสร็จวิ่งมาตรวจอีกรอบ ผลผ่านครับ ทุกวันนี้มั่นใจมากเพราะเวลารู้สึกได้ว่าอาการปัดหายไปเลย ไม่โทษวัวแล้วครับ
ปอน
Guest
ตอบ # 26 เมื่อ 16 ตุลาคม 2552 21:59 น. [แจ้งลบ]
พี่คะ จัดอบรมมั้ยอ่ะ อยากเข้าใจถ่องแท้แบบนี้อ่ะ ทำไงดี ตอนนี้ก็มีแต่สันนิษฐานให้ลูกค้า อยากเก่งๆแบบนี้ทำไงดี
ปอน
Guest
ตอบ # 27 เมื่อ 16 ตุลาคม 2552 22:03 น. [แจ้งลบ]
คือ ไม่เข้าใจค่ะ ว่า ถ้ามีเครื่อง แล้วไม่ใช้เครื่องก็ได้เหรอคะ ตอนนี้

ช่วยส่งกลับทางอีเมล์ได้มั้ยคะ wilanee.i@aii.co.th มีเรื่องอยากถามเยอะเลยค่ะ
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 29 เมื่อ 17 ตุลาคม 2552 10:48 น. [แจ้งลบ]

พี่คะ จัดอบรมมั้ยอ่ะ อยากเข้าใจถ่องแท้แบบนี้อ่ะ ทำไงดี ตอนนี้ก็มีแต่สันนิษฐานให้ลูกค้า อยากเก่งๆแบบนี้ทำไงดี


พี่จัดอบรมไป 2 ครั้ง แล้วครับ ตอนนี้มีแต่โครงการต้นกล้าอาชีพครับ ถ้ามีเกี่ยวเนื่องกับ ตรอ. แล้วจะแจ้งให้น้องทราบนะครับ ยินดีให้คำแนะนำครับ


คือ ไม่เข้าใจค่ะ ว่า ถ้ามีเครื่อง แล้วไม่ใช้เครื่องก็ได้เหรอคะ ตอนนี้

ช่วยส่งกลับทางอีเมล์ได้มั้ยคะ wilanee.i@aii.co.th มีเรื่องอยากถามเยอะเลยค่ะ


อ่านเอกสารชี้แจงเรื่องดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ ที่ลิ้งค์นี้ครับ


http://www.dlt.go.th/dltnews/2552/sep52/kk0418-12141.pdf




ที่บ้านเป็นตรอ.เหมือนกันค่ะ อยู่ที่ระยอง ขอความกรุณาช่วยชี้แจงแถลงไขด้วยนะคะเรื่องคำสั่งศาลน่ะค่ะ


ถ้าพิมพ์เป็นคำพูดก็คงเยอะแยะมากมาย อย่าให้พี่เหลาตรงนี้เลยครับ เพราะเด๋วมันจะแหลม


น้องอยากทราบเรื่องอะไร อยากขอคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือ โทรมาดีกว่านะครับ พี่พิมพ์ไม่ไหว ยินดีครับ

ปอน
Guest
ตอบ # 30 เมื่อ 17 ตุลาคม 2552 11:12 น. [แจ้งลบ]
ขอเบอร์ด้วยค่ะ
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 31 เมื่อ 17 ตุลาคม 2552 12:57 น. [แจ้งลบ]

โทรตามเบอร์หน้าเว็บ ก็ได้ครับ

ปอน
Guest
ตอบ # 32 เมื่อ 17 ตุลาคม 2552 13:11 น. [แจ้งลบ]
แหมคุณคะ แค่พิมเบอร์มาก็รู้เรื่องละ ยังจะต้องให้ดิชั้นไปเปิดอีกนะ ขอบคุณนะคะ
ปอน
Guest
ตอบ # 33 เมื่อ 17 ตุลาคม 2552 13:51 น. [แจ้งลบ]
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ โล่งขึ้นเยอะเลย นั่งปวดหัวมาหลายวันแล้ว
ผู้ใช้รถถูกกฏหมาย
Guest
ตอบ # 36 เมื่อ 20 ธันวาคม 2552 08:44 น. [แจ้งลบ]
ออกโครงการมาหากินกันชัดๆไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย ไอ้ ต ร อ นี่นะต่อทะเบียนต้องตรวจสภาพ แล้วตรวจอะไรบ้าง แค่ลอกเลขเครื่องกับตัวถัง ก็เสร็จแล้ว เอาไป150 บาท แต่รถแต่งรถซิ่งผิดกฎหมายไม่มีใครแตะต้อง มีอยู่เต็มเมืองไปหมด  รัฐบาลก็เฮงซวยจริงๆเลยไม่มีความจริงใจกับประชาชน ทางหลวงก็ไถอย่างเดียวไม่เคยตรวจดูว่าสภาพรถเป็นอย่างไรบ้าง ไถแต่รถยนต์ มอเตอไซด์วิ่งกันเต็มเลนมึงไม่จับ จับแต่รถที่ทำมาหากินไถเรียบ รถแต่งรถซิ่งวิ่งกันสบายใจ 
เจ้าของบ้าน
Guest
ตอบ # 37 เมื่อ 20 ธันวาคม 2552 20:45 น. [แจ้งลบ]
การตรวจสภาพรถก็มีอยู่ทุกประเทศทั่วโลกนั่นแหละครับ ไม่ใช่ในเฉพาะประเทศไทย ในสหรัฐฯ  ก็มีการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี  เรียกว่า SAFETY INSPECTION AND EMISSIONS INSPECTION รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ  หลายคนต้องเสียเงินหลายร้อยเหรียญ สรอ. เพื่อซ่อม/ปรับปรุงรถให้อยู่ในสภาพที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ก่อนที่จะเสียภาษี และในอังกฤษ รถยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 3 ปี ก็ต้องมีการตรวจสภาพรถยนต์ทุกปีที่เรียกว่า MOT TEST CERTIFICATE เช่นเดียวกัน และในประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเวียตนาม ลาว จากที่เคยมาดูงานในประเทศไทย ตอนนี้เค้าก็มีการพัฒนาและแซงหน้าเรากันไปหมดแล้ว

 

ทั้งนี้มันอยู่ที่จิตสำนึกของผู้ตรวจและเจ้าของกิจการนั้นๆ มากกว่าครับ ว่าจะใส่ใจการตรวจสภาพรถให้กับผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าคิดจะแสวงหาแต่ผลกำไรทางธุรกิจเป็นหลัก สถานตรวจสภาพรถที่ดี และใส่ใจการตรวจสภาพรถก็ยังมีอยู่นะครับ (แต่อาจจะน้อย) ดังนั้นถ้าที่ไหนตรวจสภาพรถของคุณดี คุณก็ไปที่นั่นและช่วยบอกต่อๆ กันไป แต่ถ้าที่ไหนไม่ใส่ใจการตรวจสภาพรถของคุณ คุณก็ไม่ต้องกลับไปตรวจที่นั่นอีก สิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้ เริ่มต้นจากตัวคุณ อยู่ที่คุณมากกว่าว่าจะเลือกแบบไหน ถ้าทุกคนร่วมมือกัน ต่อไปสถานตรวจรถเอกชนก็จะหันมาแข่งขันทางด้านคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แบบนี้น่าจะดีกว่านะครับ

 

ความเห็นอื่นๆ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ เพราะไม่เกี่ยวกับผม 
ปอน
Guest
ตอบ # 39 เมื่อ 29 ธันวาคม 2552 16:15 น. [แจ้งลบ]

คนนะก็แปลก ทำเป็นด่าตรอ.ที่ตัวเองไป แต่ก็ไม่หันไปตรอ.อื่นหรอก

ทำเป็นโมโห ทำไมไม่ลองไปตรวจที่อื่นดูหละ ไม่เข้าใจคนไทยจริงๆ

บุรุษชุดสีเทา สูง ๑๙๘ ซม.
Guest
ตอบ # 42 เมื่อ 13 กรกฎาคม 2553 12:53 น. [แจ้งลบ]
ผมก็ได้ไปตรวจสภาพรถมา ที่ ตรอ.แถว ๆ ลำลูกกา เจ้าของร้านพูดจาดี พนักงานก็ดี ทำงานคล่องแคล่ว ว่องไว และยังให้คำแนะนำผมอีก ผมอยากจะบอกว่า ตรอ.ต้องให้บริการลูกค้าด้วยความดี ความซื่อสัตย์สุจริต แล้วภาพแห่งความประทับใจก็ติดตา อยู่ในความทรงจำของลูกค้า เขาก็จะไปบอกต่อ ๆ กันว่า ตรอ.นี้ บริการดี มีคุณธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างเรา
เขต
Guest
ตอบ # 43 เมื่อ 8 สิงหาคม 2553 16:10 น. [แจ้งลบ]
รถกี่ปีต้องตรวจสภาพครับ

1 2

Reply ตอบกลับกระทู้

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

    แนบไฟล์ :
(ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB.)
    ผู้เขียน : *
    E-mail : *
 ไม่ต้องการแสดง E-mail
    รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
  ประกันรถยนต์ชั้น 1   ประกันรถยนต์ชั้น 2 พลัส   ประกันรถยนต์ชั้น 3 พลัส   ประกันรถยนต์ชั้น 3
Copyright by 7insure.com
เลขทะเบียนพานิชอิเล็คทรอนิค 3129900346070

เซเว่นอินชัวร์ ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์ พรบ. ต่อภาษี ตรอ. งานทะเบียนรถฯ
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส ประกันภัยรถยนต์ 3 พลัส ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ครบวงจร


โทร 02-435-1228, 02-435-1229, 080-5588-606, 081-466-3130 แฟกซ์ 02-434-5775

เปิดให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ 08.30 - 17.30 น. วันเสาร์ 08.30 - 15.00 น. หยุดวันอาทิตย์

Engine by MAKEWEBEASY